วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

ทำความรู้จักกับท่อกลม



ทำความรู้จักกับท่อกลม

ท่อกลมคืออะไร 


ท่อกลมเป็นหนึ่งในเหล็กรูปพรรณ (Structural steel) จำพวกเหล็กรีดร้อน Hot Rolled ใช้สำหรับการก่อสร้างที่รับน้ำหนักได้ไม่มากนัก งานแป และงานประกอบทั่วไป นอกจากนี้ยังใช้สำหรับทำท่อลมและท่อน้ำมันได้อีก มีขนาดมาตรฐาน เริ่มต้นคือ 1/2 นิ้ว x 1.2 มม. (ครึ่งนิ้ว) มีความยาว 6,000 มิลลิเมตร/เส้น บางครั้งเรียกว่า ท่อแป๊ปดำ, แป๊บดำ, เหล็กหลอด, กลมดำ, ท่อดำ

ท่อกลมทำมาจากอะไร 

ท่อกลมเกิดจากการนำเหล็กกล้า ผ่านเข้าสู่เตาหลอมและต่อด้วยกระบวนการขึ้นรูป ออกมาจะเป็นท่อที่มีลักษณะกลวงยาว

ท่อเหล็กอาบสังกะสีคืออะไร 

ท่อเหล็กอาบสังกะสี คือ การนำเอาท่อที่ได้จากกระบวนการขึ้นรูป (ท่อเหล็กดำ) มาชุบสังกะสี เพื่อให้มีความคงทนต่อการกัดกร่อนของสนิมและมีความแข็งแรงทนทาน สวยงาม ใช้งานได้เป็นเวลานานไม่ทำให้เกิดรอยแตกเวลาเชื่อมซึ่งส่วนประกอบของสังกะสีจะขึ้นอยู่กับแต่ละโรงงาน จากนั้นก็จะนำมาต๊าพเกลียวเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ โดยท่อเหล็กอาบสังกะสีเรียกอีกอย่างว่า ท่อประปากัลวาไนซ์ Galvanized Pipe หรืออีกชื่อ ที่เรียกกันทั่วไปว่า แป๊ปประปา เกิดจากการนำท่อดำไปชุบสังกะสีเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสนิม โดยแบ่งตามความหนาเป็น 4 ประเภท คือ คาดเขียว (หนาสุด), คาดแดง, คาดน้ำเงิน, คาดเหลือง (บางสุด)

ขนาดและความหนาของท่อกลม

ขนาด มีตั้งแต่ 1/2",3/4", 1", 1-1/4", 1-1/2", 2", 2-1/2", 3", 3-1/2", 4", 5", 6",8”
ความหนา ตั้งแต่ 1.2,1.4,1.6,1.8,2.0,2.3,2.6,2.8,3.0,3.2,3.5,4.0,5.0,5.5,6.0mm

วิธีดูชั้นคุณภาพของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง

ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรมกระทรวงอุสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง ซึ่งต่อไปในมาตรฐานนี้จะเรียกว่า “เหล็กกลวง” แบ่งตามรูปภาคตัดออกเป็น 2 แบบ คือ

แบบกลม แบ่งตามสมบัติการดึงออกเป็น 3 ชั้นคุณภาพ คือ HS 41 HS 50 และ HS 51
แบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส แบ่งตามสมบัติการดึงออกเป็น 2 ชั้นคุณภาพ คือ HS 41และ HS 50
แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งตามสมบัติการดึงออกเป็น 2 ชั้นคุณภาพ คือ HS 41และ HS 50

วิธีการตรวจสอบเครื่องหมายและฉลากบนท่อกลมก่อนเลือกซื้อ

บนท่อกลมควรตรวจสอบเลข ตัวอักษรหรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดชั้นคุณภาพ โดยสีเขียวสำหรับเหล็กกลวงชั้นคุณภาพ HS41 สีแดงสำหรับชั้นคุณภาพ HS50 และสีขาวสำหรับชั้นคุณภาพ HS51 ชื่อ ขนาด ความหนา ความยาว ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือ เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

เหล็กรูปพรรณคืออะไร ?

เหล็กรูปพรรณคืออะไร ?

          
         

เหล็กรูปพรรรณ คือ เหล็กโครงสร้างอาคารที่มีรูปแบบหน้าตัดหลากหลาย ใช้ทำเป็นโครงสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น เสา คาน คอสะพาน เป็นต้น โดยรูปแบบของหน้าตัด และกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน จะส่งผลต่อการนำไปใช้งาน โครงสร้างในแต่ละส่วนของอาคารที่ต่างกันสามารถแบ่งประเภทได้ตามกระบวนการผลิตซึ่งมี 3 ประเภท ได้แก่

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (hot-roll structural steel section)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น (Cold form structural steel section)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบ (Weled structureral steel section)

ซึ่งแต่ละประเภทมีรายละเอียด ดังนี้

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (hot-roll structural steel section)

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (hot-roll structural steel section) มีการผลิตมากมายหลายมาตรฐาน และมีการผลิตใช้งานในต่างประเทศมายาวนาน เนื่องจากผลิตได้รวดเร็ว และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง โดยประเทศผู้ผลิตเหล็ก จะผลิตเหล็กโดยมีมาตรฐานเป็นของตนเอง เพื่อให้ประเทศที่มีการจัดการอุตสาหกรรมแบบเดียวกันยอมรับและนำไปใช้งาน มาตรฐานเหล็กตามระบบ ที่นิยมใช้กันเป็นมาตรฐานสากล มี 3 ระบบ คือ

1. ระบบอเมริกา นิยมใช้กัน 2 มาตรฐาน

- ระบบ AISI (American Iron and Steel Institute)
- ระบบ SAE (Society of Automotive Engineer)

2. ระบบเยอรมัน เรียกว่า DIN (Deutsche Industrial Norms)

3. ระบบญี่ปุ่น เรียกว่า JIS (Japanese Industrial-Standards)


ซึ่งในประเทศไทยมีการผลิตและกำหนดมาตรฐานโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเองภายในประเทศแล้ว เช่น

เหล็กเส้นกลม (ROUND BARS) เหล็กเส้นข้ออ้อย (DEFORMED BARS)
เหล็กเพลาขาว (STEEL ROUND BARS) เหล็กสี่เหลี่ยมตัน (STEEL ROUND BARS)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดเย็น (Cold formed structural steel)

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดเย็น (Cold formed structural steel) กระบวนการพับขึ้นรูปเหล็กกล้าที่มีลักษณะเป็นแผ่นในอุณหภูมิปกติ ซึ่งวัตถุดิบ คือการใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนหรือเหล็กแผ่นชุบสังกะสีเป็นวัตถุดิบ เช่น เหล็กตัวซี (LIGHT LIP CHANNEL) ท่อกลมดำ (CARBON STEEL TUBES) เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจตุรัส,ท่อเหลี่ยม (CARBON STEEL SQUARE PIPES) เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า (CARBON STEEL RECTANGULAR PIPES) ท่อเหล็กอาบสังกะสี (GALVANIZED STEEL PIPES)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบ (Welded structural steel section)
เหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบ (Welded structural steel section) คือ เหล็กโครงสร้างที่เกิดจากการนำแผ่นเหล็กที่มีความหนามากกว่า 3 มิลลิเมตรมาเชื่อมเป็นหน้าตัดต่าง ๆ ตามขนาดที่ต้องการมักใช้ในงานชิ้นส่วนโครงสร้างอาคารที่มีรูปแบบและขนาดเฉพาะเจาะจง





วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ทำความรู้จักกับเหล็กกล่อง

ทำความรู้จักกับเหล็กกล่อง

เหล็กกล่องคืออะไร

เหล็กกล่อง (Steel Tube) หรือนิยมเรียกกันว่าเหล็กแป๊บ เป็นเหล็กรูปพรรณชนิดหนึ่ง มีสองประเภท คือ เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม,ท่อเหลี่ยมหรือเหล็กแป๊บโปร่ง (Square Steel Tube) และเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบนหรือเหล็กแป๊บแบน (Rectangular Steel Tube) มีส่วนประกอบทางเคมีสำคัญ ได้แก่ คาร์บอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส และกำมะถัน
เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม,ท่อเหลี่ยมหรือเหล็กแป๊บโปร่ง (Square Steel Tube)

เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวงแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวมาตรฐานเส้นละ 6 เมตร หรือ 6,000 มิลลิเมตร มีลักษณะเป็นท่อสี่เหลี่ยม มีมุมฉากที่เรียบคม ไม่มน ได้มุมฉาก 90 องศา ขนาดความยาวต้องวัดได้หน่วยมิลลิเมตร ผิดพลาดไม่เกิน 2% ทุกเส้นต้องยาวเท่ากัน นิยมนำมาใช้กับโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก เช่น เสา นั่งร้าน,ประตู,ชั้นวางของด้านที่รับแรง สามารถนำไปใช้แทนไม้หรือคอนกรีตได้โดยการนำไปประยุกต์ เพราะมีน้ำหนักเบา, มีความแข็งแรง ทนทาน
เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบนหรือเหล็กแป๊บแบน (Rectangular Steel Tube)

เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวงแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดความกว้างกับความสูงไม่เท่ากัน แต่มีความยาว 6,000 มิลลิเมตร ต่อเส้นเท่ากับความยาวของเหล็กแป๊บเหลี่ยม มีลักษณะผิวเรียบไม่หยาบ เหมาะสำหรับงานก่อสร้างทั่วไปที่มีขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น เสา,นั่งร้าน,ประตู เป็นต้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานทั่วไป ทดแทนการใช้ไม้ คอนกรีต และเหล็กรูปพรรณชนิดอื่นๆ น้ำหนักเบา และมีคุณสมบัติที่แข็งแรงทนทาน

เหล็กกล่องกัลวาไนซ์ เป็นกระบวนการผลิตเหล็กเคลือบกัลวาไนซ์กันสนิมโดยการนำเหล็กรูปพรรณไปชุป/พ่น/หรือทากัลวาไนซ์เพื่อป้องกันสนิม ซึ่งในความจริงแล้วการชุบกัลวาไนซ์คือชุบ Hot Dip กัลวาไนซ์ หรือการชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot-dipped Galvanized ) นั่นเอง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการปกป้องจากการเกิดสนิมในสภาพกลางแจ้ง (Outdoor) มีการสลายตัวประมาณปีละ 1 ไมครอน จึงมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี

ขั้นตอนการชุปกัลวาไนซ์


1. การกำจัดสิ่งสกปรก (Surface Cleaning)) เพื่อขจัดเศษฝุ่น (Rinsing) หรือผงต่างๆ ออกจากชิ้น งานล้างด้วยน้ำสะอาด (rinsing)
2. การกัดด้วยกรด (pickling) เช่น กรดซัลฟิวริก กรดไฮโดรคลอริก เพื่อกัดสนิมขนาดเล็กที่เกาะตามผิวของชิ้นงาน
3. การแช่น้ำยาประสาน (fluxing) เพื่อปรับความตึงผิวของเหล็กและเพื่อให้ชิ้นงานยึดติดกัลวาไนซ์ได้ดี
4. การชุบเคลือบสังกะสี(galvanizing) ซึ่งจะแบ่งวิธีการชุบได้ดังนี้

- การเขย่าหรือเหวี่ยง ใช้สำหรับงานพวกน็อต สกรู หรืองานขนาดเล็ก
- การชุบแบบธรรมดาโดยไม่ต้องเขย่าใช้กับชิ้นงานขนาดใหญ่ทั่วไป

5. การตกแต่งสำเร็จ (finishing) เช่น 
การขัดด้วยตะไบหรือเจียร์ออก
6. การตรวจสอบความหนา (inspection) เพื่อเป็นการยืนยันได้ว่าตรงตามความต้องการของลูกค้า


ข้อดีของการใช้เหล็กกล่องกัลวาไนซ์


1. ประหยัดค่าสี เพราะไม่ต้องใช้สีกันสนิม
2. ประหยัดเวลาและแรงงาน เพราะไม่ต้องใช้คนงานมาทาสีกันสนิม
3. มีอายุการใช้งานนาน
4. มีความแข็งแรงทนทาน
5. เก็บรักษาง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องสนิม


วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อเหล็กกลม การขนส่งและความเหมาะสมในการใช้งาน

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อเหล็กกลม การขนส่งและความเหมาะสมในการใช้งาน

หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักเหล็กกลมกันมาบ้างแล้ว บทความนี้จึงมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อ การใช้งาน รวมไปถึงหากอยากได้เหล็กเส้นกลมที่มีคุณภาพดีนั้น เราควรที่จะตรวจสอบอย่างไร

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อ ความเหมาะสมในการใช้งานเหล็กกลม

  • เหล็กเส้นกลมสำหรับงานก่อสร้างที่รับแรงไม่มากนัก 
  • เหล็กเส้นกลมสำหรับใช้ทำปลอกเสา 
  • เหล็กเส้นกลมสำหรับใช้ทำปลอกคาน 
  • เหล็กเส้นกลมสำหรับไม่นิยมสำหรับงานยึดเกาะเช่นปูน เพราะเหล็กมีผิวเรียบมน ไม่เหมาะกับงานยึดเกาะ 
  • เหล็กเส้นกลมมีหลายขนาด ซึ่งแต่ละขนาดก็ใช้งานได้ต่างกัน 

อยากได้เหล็กเส้นกลมที่ดี มีคุณภาพ จะตรวจสอบได้อย่างไร

ผิวของเหล็กต้องเรียบ เกลี้ยง ไม่มีลูกคลื่น ไม่มีปีก ไม่มีรอยแตก หน้าตัดต้องกลม ไม่เบี้ยว
เส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต้องถูกต้อง เช่น SR24 ขนาด 9 มม. เมื่อวัดเส้นผ่าศูนย์กลางต้องได้ 9 มม. น้ำหนักต้องได้ 0.499 กก./ 1 เมตร ความยาวทั้งเส้นตามมาตรฐานต้องยาว 10 เมตร เป็นต้น
เมื่อดัดโค้งงอต้องไม่ปริแตกและหักง่าย
เหล็กต้องไม่เป็นสนิมกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก แต่หากเป็นสนิมบ้างบนผิวเหล็ก อาจเป็นเรื่องของสภาพอากาศของเมืองไทย ไม่ต้องกังวล

อยากได้เหล็กที่ดี มีคุณภาพ จะตรวจสอบได้อย่างไร


เหล็กเส้นก็เปรียบเหมือนกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทั่วๆไป คือจะต้องมีป้ายฉลากบอกรายละเอียดสินค้า เมื่อมีการผลิตเหล็กเส้นออกจำหน่าย ผู้ผลิตจะต้องติดป้ายเหล็กเพื่อบอกรายละเอียดที่เป็นข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • บริษัทผู้ผลิต ประเภทสินค้า (Type)
  • ชั้นคุณภาพ (Grade)
  • ขนาด(Size)
  • ความยาว (Length)
  • วันเวลาที่ผลิต (Date/Time)
  • เครื่องหมายมอก.
กรณีที่ไม่มีป้ายเหล็ก สามารถสังเกตรายละเอียดต่างๆ ซึ่งรายละเอียดทั้งสามอย่างต้องปรากฏบนเนื้อเหล็กอย่างชัดเจน ได้ดังนี้
  • ชื่อผู้ผลิตหรือตรายี่ห้อ 
  • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง เช่น RB9 DB16 DB20
  • ชั้นมาตรฐานของเหล็กนั้นๆ เช่น SR24 SD40 SD50

การเลือกการขนส่งเหล็กเส้นกลม

เหล็กเส้นกลมแบบตรงกับเหล็กเส้นกลมแบบพับต่างกันยังไง

1. เหล็กเส้นกลมแบบพับ

ลักษณะของเหล็กเส้นกลมแบบพับคือจะพับมาให้เลย
สะดวกในการขนขึ้นรถ และสามารถบรรทุกในรถหกล้อ รถสิบล้อ หรือในบางครั้งอาจจะขนส่งโดยรถกระบะก็ได้
เหมาะสำหรับการสั่งเหล็กเส้นกลมในบริมาณที่ไม่มากนัก

2. เหล็กเส้นกลมแบบตรง

ลักษณะของเหล็กเส้นกลมแบบพับคือจะไม่พับมา
ขนส่งโดยรถพ่วงเท่านั้น เพราะยาวมาก
เหมาะสำหรับการสั่งเหล็กเส้นกลมปริมาณเยอะมากๆ

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เหล็กกล่อง (Steel Tube) : เหล็กท่อแบน เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม

เหล็กกล่อง (Steel Tube) : เหล็กท่อแบน เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม
เหล็กกล่อง (Steel Tube) : เหล็กท่อแบน เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม

เหล็กกล่อง (Steel Tube) คืออะไร


เหล็กกล่อง หรือเหล็กท่อแบน หรือเหล็กแป๊บ เป็นเหล็กรูปพรรณ ที่ผ่านกรรมวิธีการรีดร้อน ทำเป็นรูปต่างต่างๆ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่ต่างกัน การใช้งานหลัก ๆ คือ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของหน้าตัด รับแรงต้านทานตอนใช้งาน ใช้เป็นโครงสร้างอาคาร คานเหล็ก โครงหลังคาเหล็ก โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม (Square Steel Tube)


ชื่อเรียกอื่นๆ คือ เหล็กกล่อง, เหล็กแป๊บโปร่ง มีความยาว 6 เมตรต่อเส้น มีลักษณะเป็นท่อสี่เหลี่ยมจัตุรัสข้างในกลวง เป็นมุมฉาก ไม่มน ต้องได้มุม 90 องศา ผิวเรียบ ไม่หยาบ ความยาวที่วัดได้ต้องผิดพลาดไม่เกิน 2 เปอร์เซ็น ขนาดต้องเท่ากันทุกๆเส้น การใช้งานของเหล็กประเภทนี้ คือ เหมาะกับงานที่โครงสร้างที่รองรับน้ำหนักไม่มาก เช่น นั่งร้าน เสา และสามารถใช้แทนคอนกรีต ไม้ ได้ และเหล็กรูปพรรณอื่นๆได้



2.เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบน หรือเหล็กแป๊บแบน (Rectangular Steel Tube)


ชื่อเรียกอื่นๆ คือ เหล็กกล่องแบน, เหล็กกล่อง, กล่องไม้ขีด, เหล็กหลอดเหลี่ยม มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นเหล็กรูปพรรณที่ผ่านการรีดร้อนมาแล้ว โดยมีลักษณะเป็นท่อรูปทรงสี่เหลี่ยมผินผ้า ข้างในกลวง มีความยาว 6 เมตร ต่อ เส้น ความยาวที่วัดได้ต้องผิดพลาดไม่เกิน 2 เปอร์เซ็น เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่มีขนาดเล็ก และ ขนาดกลาง สามารถใช้ทดแทนไม้ และคอนกรีตได้ มีน้ำหนักเบา และทนทาน


ตัวอย่างราคาเหล็กท่อแบน มกราคม - มิถุนายน ปี 2559


ราคาตามตารางด้านล่าง เป็นราคากลางของกรมการค้าภายใน จังหวัด กรุงเทพมหานคร (ราคานี้เป็นราคาเงินสด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่รวมค่าขนส่ง)
ราคาเหล็กท่อแบน
ราคาเฉลี่ย
1
เหล็กกล่อง หนา 1.2 มม. ขนาด 1/2" x 1/2"
90.00
2
เหล็กกล่อง หนา 1.2 มม. ขนาด 3/4" x 3/4"
100.00
3
เหล็กกล่อง หนา 1.2 มม. ขนาด 1" x 1"
119.17
4
เหล็กกล่อง หนา 2.0 มม. ขนาด 1 1/2" x 1 1/2"
256.67
5
เหล็กกล่อง หนา 2.0 มม. ขนาด 2" x 2"
296.67
6
เหล็กกล่อง หนา 2.0 มม. ขนาด 3" x 3"
570.00


ตัวอย่างราคาเหล็ก สี่เหลี่ยมจัตุรัส มกราคม - มิถุนายน ปี 2559


ราคาตามตารางด้านล่าง เป็นราคากลางของกรมการค้าภายใน จังหวัด กรุงเทพมหานคร (ราคานี้เป็นราคาเงินสด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่รวมค่าขนส่ง)

ราคาเหล็กกล่อง สี่เหลี่ยมผืนผ้า
ราคาเฉลี่ย
1
เหล็กกล่อง หนา 1.2 มม. ขนาด 1"x 2"
230.00
2
เหล็กกล่อง หนา 2 มม. ขนาด 1 1/2 x 3"
370.83
3
เหล็กกล่อง หนา 2 มม. ขนาด 2"x 4"
596.67
4
เหล็กกล่อง หนา 2 มม. ขนาด 2"x 6"
863.33
5
เหล็กกล่อง หนา 2 มม. ขนาด 3"x 5"
890.00

ลักษณะการใช้งานเหล็กท่อแบน


โครงสร้างหลังคาเหล็ก คานเหล็ก ที่จอดรถ ที่พักอาศัย ออฟฟิศ อาคารพาณิชย์ สำนักงานขาย เหล็กทั้งสองอย่างเหมาะกับงานก่อสร้างขนาดเล็กและกลาง หรือนำไปประยุกใช้ได้กับงานก่อสร้างที่ต้องการได้

วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เหล็กตัวซีคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

เหล็กตัวซีคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

เหล็กตัวซีคืออะไร

เหล็กซี (C Light Lip Channel) เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นเย็น ที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี ซึ่งเหล็กตัวซีนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเหล็กรูปพรรณ (Structural steel) โดยมีมาตรฐาน มอก. 1228-2549 ขนาดยาว 6 เมตร (ตาบางโรงงานสามารถผลิตให้มีความยาวตามที่ต้องการได้ แต่ต้องสั่งผลิตเป็นพิเศษ) ขนาดเริ่มต้นคือ 50x30x10x1.6 (AxBxHxTxT2) มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร มีส่วนประกอบทางเคมี คือ คาร์บอน (Carbon) แมงกานีส (Manganese) กำมะถัน ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ซิลิคอน (Silicon Metal) เป็นต้น

ประโยชน์ของเหล็กตัวซี

มีประโยชน์ในการก่อสร้างโดยเฉพาะกับโครงสร้างของอาคาร ที่อยู่อาศัย โครงสร้างสะพาน แปหลังคา เป็นต้น เพราะเหล็กตัวซีนี้ มีความคงทนมาก น้ำหนักเบา ขึ้นโครงง่าย เมื่อเทียบับงานคอนกรีต ทำให้ประหยัดได้เวลาได้มาก และ ควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้มากขึ้นด้วย ต่อได้ง่ายและสามารถต่อให้ยาวได้ถึง 600 เมตร ถือเป็นข้อได้เปรียบของเหล็กตัวซีนั่นเอง นอกจากนี้ เหล็กตัวซียังมีความทนต่อการกัดกร่อน ไม่ต้องทาสารเคลือบกันสนิท หรือว่าทาสีอะไรทับ จึงทำให้ประหยัดเงินมากขึ้นอีกด้วย

ในระยะหลังมานี้ ช่างหรือผู้รับเหมาหลายๆคนต่างพากันคิดว่า เหล็กตัวซีนั้นเป็นตัวแทนของไม้เนื้อแข็งเลยก็ว่าได้ เพราะเดี๋ยวนี้ไม้เนื้อแข็งที่สมัยก่อนนิยมกันเอามาทำโครงสร้างอาคาร บ้าน งานก่อสร้างต่างๆนั้น หายากมากขึ้น ราคาแพง คุณภาพก็ไม่สามารถควบคุมได้ จึงต้องหันมาพึ่งพาเหล็กตัวซีกันมากขึ้นนั่นเอง

ปัจจัยที่มีผลทำให้ราคาเหล็กเพิ่มขึ้นมีหลายอย่าง ดังนี้

ต้นทุนของวัตถุดิบการผลิต


จากกรณีที่ผู้ผลิตสินแร่ขนาดใหญ่ปิดโรงงานลงกันหลายแห่ง ทำให้ราคาสินแร่เหล็กปรับขยับขึ้น หรืออย่างล่าสุดนี้ที่ประเทศจีนปิดเหมืองแร่ขนาดใหญ่ลง ก็มีผลโดยตรงกับต้นทุนการผลิตเหล็กอย่างมาก เพราะวัตถุดิบในการผลิตหายาก จึงทำให้ราคาเหล็กเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจในขณะนั้น

ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ก็จะไม่มีการก่อสร้าง ทำให้ราคาเหล็กต่ำลง เพราะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ถ้าเศรษฐกิจดี แนวโน้มราคาเหล็กก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น เกิดจากมีความต้องการเหล็กมากขึ้น ธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อเพื่อการก่อสร้างมากขึ้น เพราะคนมีเงินไปจับจองบ้านหรือคอนโดที่เป็นแหล่งที่พักอาศัยโดยเฉพาะในเมืองที่ตอนนี้มีคอนโดขึ้นเยอะมาก จนบางครั้งเหล็กขาดตลาด ราคาเหล็กจึงเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดที่มากขึ้นนั่นเอง

วันสำคัญที่เป็นมงคลของคนไทย

วันสำคัญต่างๆ เช่น วันปีใหม่ สงกรานต์ หรือแม้กระทั่งวันตรุษจีนที่เป้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่เมืองไทย ทั้งคนไทยแท้ๆ และคนไทยเชื้อสายจีน มักจะทำสิ่งที่ดีๆในวันมงคลนี้เพื่อเอาฤกษ์ความมงคล เฮง เช่น สร้างบ้านใหม่ ลงเสาเข็ม ในช่วงนั้น มีการก่อสร้างมากขึ้นทุกปี ถือเป็นช่วงพีคของวงการค้าขายเหล็กเลย

โปรเจคสำคัญขนาดใหญ่

เมื่อทั้งโลกหรือประเทศเรามีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ๆจะมีผลกับราคาเหล็กเป็นอย่างมาก เช่น มีการก่อสร้างสนามบินนาชาติแห่งใหม่ โครงการก่อสร้างทางด่วน โครงการก่อสร้างสนามกีฬา การก่อสร้างโครงการใหญ่ๆแบบที่ยกตัวอย่างไปนี้ มีผลกับการขึ้นราคาของเหล็กโดยตร เนื่องจากเพิ่มอุปสงค์อุปทานของเหล็กแล้ว และเกี่ยวกับความเจริญรอบๆ โครงการนั้น จนมีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์หรือ ศูนย์การค้าเพื่อรองรับความเจริญ

เห็นอย่างงี้เหล็กตัวซีมีความสำคัญมากนะคะ ไม่ว่าจะเป็นด้านประโยชน์ของตัวมันเอง จนกระทั่งเกือบจะมาทดแทนความสามารถของไม้เนื้อแข็งได้เลยทีเดียว




วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ขนาดของเหล็กกล่อง ,การเลือกซื้อ, คำแนะนำเพิ่มเติม

ขนาดของเหล็กกล่อง ,การเลือกซื้อ, คำแนะนำเพิ่มเติม

ท่อเหลี่ยม แป๊ปเหลี่ยม เหล็กกล่อง มีหลายขนาด และมีวิธีการเลือกซื้อวัสดุเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพโดยมีขนาดต่าง ๆ ดังนี้

ขนาดของเหล็กกล่อง

เหล็กกล่อง 6" X 4" 4.5 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 8" X 4" 6.0 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 5" X 3" 3.2 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 4" X 4" 3.2 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 4" X 2" 3.2 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 3" X 3" 3.2 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 2" X 2" 3.2 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 2" X 2" 2.3 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 1-1/4" X 1-1/4" 2.3 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 1-1/2" X 1-1/2" 2.3 มม. (มอก.)
เหล็กกล่อง 1" X 1" 2.3 มม. (มอก.)

การเลือกซื้อวัสดุประเภท ท่อเหลี่ยม แป๊ปเหลี่ยม เหล็กกล่อง ที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้


1. เหล็กคุณภาพ SS400

2. เหล็กที่ผลิตต้องได้เต็มนิ้ว เต็ม มม. ที่กำหนด

3. ดูที่น้ำหนักจริง ไม่ใช่เพียงแต่ดูที่ความหนา (เพราะความหนาโดยมากตรวจวัดด้วยตาไม่เห็น)

4. เหล็กล่องต้องได้ฉาก

5. ความยาวต้อง 6 ม. เต็ม

6. ควรมีใบ มอก. ประกอบการขาย เช่น เหล็กคุณภาพ แปซิฟิกไพพ์

คำแนะนำเพิ่มเติม

เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม และเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบน ทำให้งานก่อสร้างเสร็จได้รวดเร็วกว่างานคอนกรีต และทำให้ได้โครงสร้างที่มีช่วงกว้างกว่า และมีน้ำหนักเบากว่า
เหมาะกับงานก่อสร้างขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น ที่พักอาศัย และอาคารพานิชย์ สำนักงาน ออฟฟิศ โครงหลังคาเหล็ก คานเหล็ก โครงสร้างโรงจอดรถ เป็นต้น ทั้งนี้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการ การทำจุดต่อของท่อเหล็ก สามารถเชื่อมต่อได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความถนัดและความเหมาะสมกับงาน การเกิดสนิมผิวในท่อ ป้องกันได้เพียงนำท่อเหล็กมาปิดหัวปิดท้าย ก็สามารถป้องกันการเกิดสนิมในท่อได้สนิม เกิดเมื่อมีปริมาณของความชื้น(น้ำ) และอากาศที่มากพอจนสามารถทำให้เกิดปฏิกริยาเคมีบนผิวของท่อเหล็ก
ท่อที่ผลิตได้มาตรฐาน แต่ละประเภทสามารถใช้แทนกันได้ แต่ต้องตรวจสอบสเปคของท่ตามประเภทการใช้งานก่อน